ข่าวร้ายของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็คือการที่ทีมจะไม่มีเควิน เดอ บรอยน์ กองกลางทีมชาติเบลเยี่ยม ที่ถือว่าเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงในฤดูกาลนี้ด้วย เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าจนทำให้ต้องพักถึง 3 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทีมอย่างแน่นอน ในด้านของการขาดตัวเปิดบอลเข้าทำชั้นเซียน และคนที่เตะลูกนิ่งของทีมอีกด้วย

ถึงแม้ว่าขุมกำลังของเป็ป กวาดิโอล่าจะมีขุมกำลังแนวลึกที่ดีก็ตาม และดูเหมือนว่าจะสามารถทดแทนกันได้โดยที่คุณภาพไม่แตกต่างกันมากนัก แต่หากใครได้รับชมแมนเชสเตอร์ ซิตี้เล่นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จะเห็นได้ว่ากองกลางแก้มแดงมีพัฒนาการฝีเท้าที่ก้าวไกลไปเป็นกองกลางระดับโลกไปแล้ว โดยเขาสามารถเปิดบอลให้เพื่อนเข้าทำได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของสนาม รวมถึงการเล่นได้ทั้ง 2 เท้า ทั้งการส่ง และการยิงประตู อย่างนัดที่เขาทำประตูใส่เชลซีซึ่งเป็นทีมเก่าของเขาได้นั้น จะเห็นได้ว่าเป็นการยิงเท้าซ้ายที่หนักหน่วงมาก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เท้าถนัดของเขาด้วย รวมถึงการเปิดบอลให้เพื่อนทำประตูซึ่งถือว่าเป็นทีเด็ดของเขา และของแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย ซึ่งกองกลางวัย 27 ปีเป็นนักเตะที่ส่งบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย โดยทำได้ถึง 16 ครั้งทีเดียว รวมถึงฤดูกาลก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่เป็ป กวาดิโอล่าเข้ามาคุมทีมเขาก็เป็นคิง ออฟ แอสซิสต์เช่นกัน เมื่อส่งให้เพื่อนทำประตูได้ทั้งหมด 18 ครั้ง ซึ่งมันบ่งบอกได้เลยว่าเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในระบบการเล่นของเป็ป กวาดิโอล่าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจังหวะทีเด็ดทีขาดที่เขาจะเหนือกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ

แต่การขาดหายไปของเควิน เดอ บรอยน์ อาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้มากก็ได้ ในเมื่อพวกเขามีกุนซือคนเก่งอย่างเป็ป กวาดิโอล่าอยู่แล้วทั้งคน เพราะในนัดแรกของฤดูกาลที่พวกเขาบุกไปเอาชนะอาร์เซน่อลได้ถึงถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยม ก็เห็นได้ว่า 11 ผู้เล่นตัวจริงของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันนั้นไม่มีเควิน เดอ บรอยน์อยู่ในทีมด้วย แต่เป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น และถึงถูกส่งลงสนามมาในช่วงกลางครึ่งหลัง ซึ่งก่อนหน้าที่อดีตนักเตะของเชลซี และโวล์ฟบวร์กจะลงสนามมาก็จะเห็นได้ว่ารูปเกมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ยังข่มเจ้าถิ่นอย่างอาร์เซน่อลได้อยู่ดี โดยที่ยังไม่ต้องใช้เควิน เดอ บรอยน์เสียด้วยซ้ำ