หลังจากที่พวกเขาเอาชนะอาร์เซน่อลมาได้ในนัดแรกของฤดูกาลพรีเมียร์ลีก ทำให้โปรแกรมอีก 6 นัดต่อมาถือว่าง่ายสำหรับพวกเขามาก เมื่อต้องเจอกับทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีกในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด และเป็นการเล่นในบ้านถึง 4 เกมด้วย ซึ่งในนัดแรกที่พวกเขาเอาชนะอาร์เซน่อลได้ เป็ป กวาดิโอล่า กุนซือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ วางหมามาในระบบ 4-2-3-1 ซึ่งทิ้งเซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ไว้เป็นกองหน้าตัวเป้าคนเดียวเท่านั้น และใช้ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา และริยาด มาห์เรซ ลงทำเกมอยู่ด้านหลัง โดยมีอิลกาย กุนโดกัน กับแฟร์นานดินโญ่คอยตัดเกมตรงกลาง ซึ่งพวกเขาก็ครองเกมได้ดีตลอด 90 นาที และสามารถเอาชนะเกมยากได้อย่างสบาย 2-0

ในระหว่างสัปดาห์มีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาต้องเสียเควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนสำคัญชาวเบเลี่ยมที่บาดเจ็บบริเวณหัวเข่า และต้องพักนานถึง 3 เดือนเลยทีเดียว จากการออกมายืนยันของทีมแพทย์แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอง ซึ่งทำให้เป็ป กวาดิโอล่าต้องหาทางแก้ปัญหาในระยะสั้น และในระยะยาวด้วย โดยในนัดที่พบกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ กุนซือชาวสเปนโชว์ความสุดยอดด้วยการเปลี่ยนระบบใหม่ทันที โดยหันมาใช้ระบบ 3-5-2 ในนัดดังกล่าว เนื่องจากมองว่าทีมเยือนที่เป็นรองกว่ามากคงมาเน้นเกมรับอย่างแน่นอน นัดนี้จึงส่งกาเบรี้ยล เฆซุส กองหน้าทีมชาติบราซิลลงสนามไปช่วยเอล กุนอีกราย ส่วนแผงหลังเหลือแค่ 3 คนเท่านั้น โดยใส่แว็งซ็องต์ กอมปานีลงสนามมา และตัดแบ็คขวาอย่างไคลย์ วอร์คเกอร์ออก และใช้แบร์นาร์โด้ ซิลวามาเล่นเป็นวิงแบ็คแทน ส่วนทางซ้ายยังเป็นแบ็งฌาแม็ง เมนดี้ตามเดิม และให้ดาบิด ซิลบาลงสนามอีกครั้งในนัดนี้ ซึ่งเกมของพวกเขาก็ลื่นไหนตามเดิม และดูเหมือนจะโหดกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เมื่อพวกเขาบุกได้อย่างเมามันส์ และหาจังหวะจบสกอร์ได้ตลอด เนื่องจากมีกองหน้าถึง 2 คน ซึ่งจบเกมพวกเขาเอาชนะทีมเยือนได้ถึง 6-1 และหาโอกาสจบสกอร์ได้ถึง 22 ครั้ง โดยตรงกรอบถึง 14 ครั้ง แลเซร์คิโอ อเกวโร่ สามารถทำแฮตทริคได้ในนัดดังกล่าวด้วย ซึ่งไม่ว่าพวกเขาแสดงให้เห็นว่าทีมแชมป์เก่าไม่ว่าจะเปลี่ยนระบบมาใช้แบบไหนก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่มีเปลี่ยน และเหมาะสมทุกประการที่พวกเขาจะเป็นเต็งแชมป์ในฤดูกาลนี้ตามเดิม ส่วนทีมเยือนเรียกว่าโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว และเตรียมลุ้นหนีตกชั้นอย่างหนักได้เลยในปีนี้