เป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้แผนการเล่นประมาณ 2 ระบบเมื่อฤดุกาลที่แล้ว โดยจะมีระบบ 3-5-2 และ 4-1-4-1 เป็นหลัก โดยตำแหน่งกองหลังกุนซือชาวสเปนมักมีตัวเลือกที่ตายตัวในแนวรับ เนื่องจากเขาเป็นคนซื้อนักเตะในแนวรับมาใหม่ทั้งแผง เมื่อมาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อ 2 ฤดูกาลที่แล้ว แต่ไล่ตั้งแต่กองกลางขึ้นไป อดีตกุนซือของบาร์เซโลน่าสามารถเปลี่ยนหมุนเวียนนักเตะลงสนามได้ตลอด แต่ในตำแหน่งกองกลางตัวรับตอนนี้เขามีเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้น คือแฟร์นานดินโญ่ กองกลางตัวรับทีมชาติบราซิลที่จะได้ลงสนามเป็นตัวจริงตลอด หากไม่มีอาการบาดเจ็บ หรือว่าติดโทษแบน แต่หากเขาอยากจะพักก็อาจจะใช้ฟาเบียน เดลป์ กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษที่พอจะเล่นได้บ้าง และในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกตรงกลางที่จะเป็นเควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมที่จะได้ลงสนามประจำ หากเป็นนัดที่ยังมีความหมาย ส่วนนอกนั้นกุนซือสมองเพชรสามารถปรับเปลี่ยนนักเตะลงสนามได้หมด ไม่ตายตัว และไม่ยืดติดแต่อย่างใด แต่หากใครฟอร์มดีก็มีโอกาสได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เหมือนเลรอย ซาเน่ ปีกหัวฟูที่ทำผลงานได้ดี จนได้ลงสนามตลอดฤดูกาล

ตัวเลือกในแนวรุกของเป็ป กวาดิโอล่าถือว่ามีมากเลยทีเดียว และมีมากกว่าทีมอื่นๆ รวมถึงศักยภาพของนักเตะแต่ละคนไม่ต่างกันมากนัก ทำให้เขาสามารถจับใครลงสนามก็ได้ คุณภาพเกมก็จะไม่ด้อยลงไปจากเดิม แถมจะได้สไตล์การเข้าทำที่แตกต่างกันออกไปด้วย ซึ่งหากเป็นระบบ 4-1-4-1 พวกเขาจะใช้นักเตะในตำแหน่งตัวรุกทั้งหมด 5 คน โดยกองกลางตัวรับจะตกเป็นของแฟร์นานดินโญ่อย่างแน่นอนในฤดูกาลนี้ หากไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม ส่วนตัวรุกหลังกองหน้า 4 คนที่ได้ลงสนามแน่นอนคือเควิน เดอ บรอยน์ ส่วนที่เหลือคือต้องแย่งกันลง ทั้งเลรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมัน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ดาบิด ซิลบา แบร์นาโด้ ซิลวา รวมถึงนักเตะใหม่ที่ซื้อมาจากเลสเตอร์ ซิตี้อย่างริยาด มาห์เรซด้วย ทำให้พวกเขามีถึง 5 คนแต่ตำแหน่งที่ว่างมีเพียงแค่ 3 ตำแหน่งเท่านั้น ทำให้การแข่งขันในฤดูกาลนี้จะสูงขึ้นอย่างแน่นอน โดยกองหน้าก็เป็นการแย่งกันระหว่างกาเบรี้ยล เฆซุส และเซร์คิโอ อเกวโร่ ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ต้องสลับกันเล่น โดยไม่มีใครได้เป็นตัวจริงแบบถาวร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และทีมคู่แข่งที่ต้องเจอด้วย ทำให้ทีมของเป็ป กวาดิโอล่า กุนซือคนเก่งมีผลงานที่ดีตลอดฤดูกาล