สิ่งที่น่าปวดหัวอย่างหนึ่งของผู้จัดการทีมฟุตบอลสโมสร ก็คือการที่ต้องเลือก 11 ผู้เล่นลงสนามในแต่ละนัด แต่พวกเขากลับมีตัวเลือกอยู่ในมือถึง 20-25 คน และจะยิ่งปวดหัวหนักขึ้นอีกเมื่อคุณมีตัวเลือกที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งกำลังจะเกิดสถานการณ์นี้กับเป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตอนนี้กำลังมีตัวเลือกล้นมือ โดยเฉพาะในแนวรุกที่ระบบการเล่นของอดีตกุนซือบาร์เซโลน่า จะเลือกใช้ในแต่ละนัดเพียง 4-5 คนเท่านั้น แต่ตอนนี้ทีม “เรือใบสีฟ้า” มีสุดยอดนักเตะในตำแหน่งตัวรุกไม่ต่ำกว่า 10 คนเข้าไปแล้ว

ฤดูกาลนี้พวกเขายังเสริมแนวรุกด้วยการคว้าตัวริยาด มาห์เรซ ปีกทีมชาติแอลจีเรียจาเลสเตอร์ ซิตี้มาร่วมทีมอีกราย ด้วยค่าตัวถึง 60 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของสโมสรอีกด้วย ทำให้ปีกวัย 26 ปีมีโอกาสสูงทีเดียวที่จะมาเป็นตัวจริงในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งมารวมกับกาเบรี้ยล เฆซุส เซร์ฆิโอ อเกวโร่ ที่เป็นกองหน้า รวมถึงดาบิด ซิลบา เควิน เดอ บรอยน์ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เลรอย ซาเน่ แบร์นาโด้ ซิลวา อิลกาย กุนโดกัน ก็เท่ากับพวกเขามีนักเตะในตำแหน่งตัวรุกถึง 9 รายด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดมีศักยภาพที่ใกล้เคียงกัน และคงไม่มีใครที่จะยอมนั่งเป็นตัวสำรองตลอดฤดูกาลแน่ และนี่ยังไม่รวมถึงฟิล โฟเด้น เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งที่เป็นเด็กปั้นของสโมสรอีกด้วย เท่ากับว่าเป็ป กวาดิโอล่าจะมีตัวเลือกในแนวรุก 10 คน แต่สามารถส่งลงสนามเป็นตัวจริงในแต่ละนัดแค่เพียง 4-5 คนเท่านั้น เท่ากับว่าจะต้องมีครึ่งหนึ่งในนี้เป็นตัวสำรอง

ฤดูกาลที่แล้วแมนเชสเตอร์ ซิตี้ใช้ระบบ 3-5-2 เป็นหลัก และมีการเปลี่ยนเป็น 4-3-3 บ้างตามสถานการณ์ แต่สิ่งที่ต้องมีแน่ๆ ก็ถือผู้เล่นเกมรับอย่างน้อย 4-5 คน รวมถึงแดนกลางที่จะต้องมีตัวตัดเกม ซึ่งเป็ป กวาดิโอล่าจะเลือกแฟร์นานดินโญ่เป็นตัวตัดเกม ซึ่งถึงแม้ว่าทีมจะประสบความสำเร็จ แต่กลับนักเตะบางคนอาจจะต้องการผลงานส่วนตัวด้วย เพื่อหลายสิ่งหลายอย่างที่จะตามมา ทั้งโอกาสในการติดทีมชาติ และอำนาจในการต่อรองสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด ซึ่งกุนซือวัย 47 ปี จะต้องเตรียมหาทางออกให้กับนักเตะเหล่านี้ด้วย เพื่อให้กลุ่มนักเตะของเขามีความสุขกันถ้วนหน้า ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ว่ายอดกุนซือแห่งยุคจะมีวิธีการจัดการอย่างไร และผลงานหลังจบฤดูกาลเป็นอย่างไร นั่นจะเป็นคำตอบว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นถูกต้องหรือไม่