จากอาการบาดเจ็บของเควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์คนสำคัญชาวเบลเยี่ยม ทำให้ตำแหน่งกองกลางตัวรุกจะว่างทันที 1 ตำแหน่ง ซึ่งทางเป็ป กวาดิโอล่า กุนซือคนเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะต้องเลือกนักเตะที่จะลงสนามแทนดาวเตะวัย 27 ปีที่ไปเจ็บตอนซ้อมหลังเกมที่ทีมแชมป์เก่าบุกเอาชนะอาร์เซน่อลได้ถึงถิ่นเอเมิเรต สเตเดี้ยมในนัดแรกของฤดูกาล ซึ่งอันที่จริงอดีตกุนซือของบาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิคก็มีตัวเลือกที่จะมาเล่นแทนเควิน เดอ บรอยน์มากมาย เนื่องจากพวกเขาเสริมทัพตุนไว้ก่อนแล้วก่อนหน้านี้ โดยมีทั้งแบร์นาโด้ ซิลวา ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกสที่ไปซื้อมาจากโมนาโกเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว 50 ล้านปอนด์ ดาบิด ซิลบา มิดฟิลด์ตัวรุกที่พึ่งประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติสเปนไปหมาดๆ รวมถึงริยาด มาห์เรซ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาตแอลจีเรียที่สามารถเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวรุก หรือจะเล่นเป็นปีกก็ได้ ทำให้เป็ป กวาดิโอล่ามีทางเลือกมากทีเดียว รวมถึงการที่จะดันเด็กดาวรุ่งของสโมสรอย่างฟิล โฟเด้น กองกลางดาวรุ่งผู้ที่ช่วยให้ทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 17 ปีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่นอายุดังกล่าวมาได้แล้วด้วยเมื่อปีที่แล้ว และดาวเตะวัย 18 ปีก็ได้ทำหน้าที่แทนเควิน เดอ บรอยน์มากแล้วด้วย ในนัดที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอาชนะเชลซีได้สำเร็จ 2-0 ในศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ก่อนเริ่มฤดูกาล หรือว่าจะเป็นอิลกาย กุนโดกัน กองกลางสารพัดประโยชน์ชาวเยอรมันก็ได้ ซึ่งเขาก็ได้รับมอบหมายตำแหน่งนี้ในนัดที่พวกเขาเอาชนะอาร์เซน่อลได้สำเร็จด้วย

เท่ากับว่าเป็ป กวาดิโอล่าก็ได้ลองใช้นักเตะคนอื่นให้ลองเล่นในตำแหน่งของเควิน เดอ บรอยน์หมดแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นการเผื่อไว้เหมือนที่ต้องเจอกับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ อีกทั้งโปรแกรมในช่วงแรกของพวกเขาก็ไม่หนักหนาสาหัสด้วย หลังจากผ่านอาร์เซน่อลไปได้แล้ว 6 นัดต่อมาของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถือว่าเบามากทีเดียว หากดูจากชื่อชั้นและประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก เนื่องจากพวกเขาได้เจอกับ 6 ทีมล่าสุดที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่แล้ว และฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาจะได้เล่นในบ้านถึง 4 เกมพบกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ตัวเต็งตกชั้นในปีนี้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และทางฟูแล่ม ที่ถึงแม้ว่าจะเสริมทัพได้ตื่นตาตื่นใจ แต่เอาเข้าจริงก็แพ้คาบ้านตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล และไบรท์ตันที่ก็อยู่ในข่ายที่มีความเสี่ยงจะตกชั้นสูง และอีก 2 เกมที่ไปเยือนก็คือวูล์ฟส์แฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส และคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้