เป็ป กวาดิโอล่า กุนซือสมองเพชรชาวสเปนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ตามล่าหากองกลางเข้ามาเสริมทีมตั้งแต่ช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะในหน้าหนาวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว โดยเขาได้เล็งคว้าตัวเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลที่ตอนนั้นเล่นให้กับชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ทีมดังในยูเครนอยู่ ซึ่งเป็นทีมที่ได้พบกันมาในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย ทำให้กุนซือวัย 47 ปี ได้เห็นฟอร์มของกองกลางรายนี้มากับตาตัวเองทั้ง 2 นัดที่พบกัน ซึ่งอดีตกุนซือบาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิค ประทับใจฟอร์มการเล่นของเฟร็ดเป็นอย่างมาก ทำให้ทีมบริหารได้เจรจาจะคว้าตัวมาร่วมทีมตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ก็ต้องประสบความล้มเหลวไป ทำให้ในตลาดซื้อขายรอบนั้นพวกเขาได้ตัวไอเมริค ลาปอร์ก กองหลังชาวฝรั่งเศสจากแอตเลติก บิลเบามาเพียงรายเดียวเท่านั้น ทำให้ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา เป็ป กวาดิโอล่าต้องตามล่าหากองกลางเข้ามาเสริมทีมอีกครั้ง เพื่อเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนของแฟร์นานดินโญ่ กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติบราซิล ที่อยู่ในวัย 33 ปีแล้ว แถมในบรรดาผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้นั้นมีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นนักเตะกองกลางตัวรับโดยธรรมชาติ นอกนั้นในทีมล้วนแต่มีกองกลางเชิงรุกทั้งนั้น ทำให้เขาแทบไม่มีตัวหมุนเวียนเลยในฤดูกาลที่แล้ว

หลังจากจบฤดูกาลที่แล้วที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ เป็ป กวาดิโอล่า ก็ได้ออกล่าตัวกองกลางรายใหม่ทันที โดยมีรายงานว่าได้ตามกลับไปล่าตัวเฟร็ดมาร่วมทีมอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองปาดหน้าคว้าตัวไปร่วมทีมเสียก่อน ทำให้ยอดกุนซือต้องเบนเข็มไปหาจอร์จินโญ่ กองกลางเชิงสูงทีมชาติอิตาลีของนาโปลีแทน ซึ่งในตอนแรกการเจรจาก็ราบรื่นไปด้วยดี และเหมือนจะตกลงกันได้แล้วด้วยซ้ำ แต่แล้วก็เกิดเรื่องพลิกล็อค เมื่อเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนถูกประกาศแต่งตั้งให้คุมทีมเชลซีในช่วงนั้นพอดี ทำให้เขาต่อสายตรงเจรจาจอร์จินโญ่ที่ทำงานร่วมกันมา 3 ปี และเปลี่ยนใจกองกลางชาวบราซิเลี่ยนให้ตามไปค้าแข้งในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ได้ในทันที ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่สามารถคว้านักเตะในตำแหน่งแดนกลางเข้ามาเสริมทีมได้เลยในปีนี้ และแฟร์นานดินโญ่ยังต้องรับภาระหนักในการเป็นมิดฟิลด์ตัวรับของทีมเพียงคนเดียวต่อไป ซึ่งหากว่าเขาบาดเจ็บขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ของทีมในฤดูกาลนี้ทันที