เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือเป็ป กวาดิโอล่า กุนซือหนุ่มชาวสเปน ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ด้วยการทำสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีกไว้อย่างมากมาย ทั้งการทำคะแนนมากที่สุด ทำปรระตูมากที่สุด และประตูได้เสียที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกอีกด้วย รวมถึงการเป็นทีมแชมป์ที่ทำคะแนนห่างจากรองแชมป์อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากที่สุดถึง 19 คะแนนอีกด้วย ซึ่งการเล่นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ว่ายอดเยี่ยมแล้วเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ดูเหมือนว่าฤดูกาลนี้ลูกทีมของอดีตกุนซือบาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิค จะยังสามารถอัพเกรด หรือว่าพัฒนาศักยภาพได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำในปีนี้

หลังจากผ่านมาแล้ว 15 นัดแรกของฤดูกาล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็นำเป็นจ่าฝูงตามที่หลายๆ ฝ่ายคาดการณ์กันเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะยังมีลิเวอร์พูลที่พัฒนาขึ้นมาในฤดูกาลนี้ และทำคะแนนไล่จี้มาไม่ห่างก็ตาม แต่มาตรฐานของทีม “เรือใบสีฟ้า” ไม่ได้ตกลงไปจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วแม้แต่น้อย ทั้งในเรื่องของผลการแข่งขัน หรือว่าจะเป็นรูปเกมในแต่ละนัดก็ตาม ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีช่วงเวลาสั้นๆ ที่พวกเขาลำบากไม่น้อยกว่าจะเอาชนะคู่แข่งได้แต่ละนัด แต่เพียงแค่ไม่กี่นัดเท่านั้น พวกเขาก็สามารถกลับมาถล่มคู่แข่งอย่างราบคาบได้อย่างรวดเร็ว โดยหลังจากผ่าน 15 นัดแรกของฤดูกาลไปแล้ว พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 13 นัด และหลุดเสมอไปเพียง 2 นัดเท่านั้น ซึ่งนัดที่เสมอทั้ง 2 นัดกับวูล์ฟส์แฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส ลิเวอร์พูลนั้น พวกเขาน่าจะเป็นฝ่ายเอาชนะได้ทั้งคู่ด้วยซ้ำ อย่างในนัดที่เสมอกับทีม “หมาป่า” เมื่อช่วงต้นฤดูกาลนั้นพวกเขาไม่มีดวงกันเอง เมื่อโอกาสยิงของพวกเขาดันไปชนเสา ชนคานกันหมด แต่ฝ่ายวูล์ฟส์กลับได้ประตูในลูกที่น่าจะถูกจับแฮนด์บอลด้วยซ้ำ ส่วนนัดที่เสมอกับลิเวอร์พูล 0-0 พวกเขาก็ได้จุดโทษในช่วงท้ายเกม แต่ริยาด มาห์เรซ เพลย์เมคเกอร์ตัวใหม่ของทีมดันยิงข้ามคานไปเอง มิเช่นนั้นสถิติของแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะยอดเยี่ยมกว่านี้ด้วยซ้ำ

หลังจากที่แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วเริ่มตั้งตัวได้ พวกเขาก็โกยคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าทีมรองจ่าฝูงอย่างลิเวอร์พูลประมาณ 15 ประตูแล้วด้วย ถึงแม้ว่าคะแนนจะยังม่างก็ตาม แต่หากว่าการลุ้นแชมป์เบียดกันไปจนถึงช่วงท้ายฤดูกาล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็จะได้เปรียบคู่แข่งที่จะลุ้นแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน ด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่ามาก ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้เปรียบ ซึ่งเหมือนมีคะแนนเพิ่มมาอีก 0.5 คะแนนก็ว่าได้