หากว่าทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ เป็นเสาหลักในแนวรับของทีม ทางด้านของทีม “เรือใบสีฟ้า” ก็มีเสาหลักในแนวรับเช่นกัน ซึ่งเมื่อช่วงหลายฤดูกาลก่อน ตัวยืนในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางของทีมจะต้องเป็นกัปตันทีมอย่างแว็งซ็องต์ กอมปานี กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยมอย่างแน่นอน แต่ด้วยอายุที่มากถึง 32 ปี บวกกับสภาพร่างกายที่ไม่ดีเหมือนเดิม และมักมีอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงฤดูกาลนี้เขาต้องตกเป็นตัวสำรอง และเหมือนจะเป็นตัวที่หมุนเวียนในยามที่เป็ป กวาดิโอล่า กุนซือของทีมต้องการพักผู้เล่นตัวจริงเสียมากกว่า ซึ่งเสาหลักในแนวรับของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลนี้กลายเป็นอเมริค ลาปอร์ก ปราการหลังชาวฝรั่งเศสนั่นเอง ซึ่งเขาย้ายมายังถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยมในช่วงตลาดซื้อขายหน้าหนาวในเดือนมกราคมที่ผ่านมาจากแอตเลติก บิลเบา ทีมดังในสเปนด้วยค่าตัวสูงถึง 57 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัวกับสโมสรในแคว้นบาสก์นั่นเอง ทำให้เขาเคยเป็นนักเตะกองหลังที่แพงที่สุดในโลกอยู่แว๊บหนึ่งด้วย ก่อนที่จะมาถูกเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ปราการหลังชาวดัตช์ที่ย้ายจากเซาต์แธมตันไปร่วมทีมลิเวอร์พูล ทำลายสถิติลงไปด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์

ตอนย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขายังไม่ได้เป็นตัวหลักของทีม และได้ลงสนามไปเพียง 13 นัดในทุกรายการเท่านั้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจากยังต้องปรับตัวกับระบบการเล่นของทีมด้วย แต่ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาเขาไม่ได้ติดทีมชาติไปทำศึกฟุตบอลโลก ทำให้เขาได้ฝึกซ้อมกับทีมตั้งแต่ต้น และสามารถปรับตัวกับแผนของเป็ป กวาดิโอล่าได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เป็นตัวหลักของทีมอย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ ซึ่งในช่วง 15 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา เขาถูกดร็อปเป็นตัวสำรองเพียงนัดเดียวเท่านั้น คือนัดที่บุกเอาชนะวัตฟอร์ดได้ 2-1 เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นอกนั้นเขาได้เป็นตัวจริงในลีกโดยตลอด รวมถึงในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกด้วย ที่เขาเป็นเสาหลักของทีม โดยจะสลับสับเปลี่ยนคู่ขาในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางไปแล้วแต่ระบบการเล่น หรือบางนัดจะยืนเป็น 3 กองหลังด้วยซ้ำ ซึ่งเขาจะได้ลงสนามโดยตลอด ส่วนแว็งซ็องต์ กอมปานี ได้กลายมาเป็นอะไหล่ของทีมเสียมากกว่า และมักได้ลงสนามในนัดที่เจอกับทีมคู่แข่งที่รองบ่อนกว่ามากๆ เท่านั้น หรือบางนัดอาจจะถูกส่งลงมาปิดเกมในช่วงท้ายเกมเป็นส่วนใหญ่